TOPTEX THAILAND โรงงานทอผ้ายืดครบวงจร
ความรู้เกี่ยวกับผ้า

เทคนิคการตรวจรับผ้าที่ถูกต้อง 5 วิธีที่คุณต้องรู้ถ้าไม่อยากโดนหลอก

ปัญหาผ้าไม่ตรงปก ไม่อยากเสียเงินฟรี แก้ได้เพียงเเค่คุณรู้เทคนิคการตรวจรับผ้าหน้างานอย่างถูกวิธี

เทคนิคการตรวจรับผ้าที่ถูกต้อง 5 วิธีที่คุณต้องรู้ถ้าไม่อยากโดนหลอก

เทคนิคการตรวจรับผ้าที่ถูกต้อง 

สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มต้นทำแบรนด์เสื้อผ้า สิ่งที่น่าปวดหัวที่สุดคือปัญหาผ้าไม่ตรงปก ตอนดูตัวอย่างแฮงเกอร์ สวยงาม นุ่มมือ สเปกพรีเมียม แต่พอผ้าล็อตจริงมาส่งหน้าโรงงาน กลับเจอแจ็กพอต ผ้าบาง สีเพี้ยน หรือหดจนเสียทรง


5 เทคนิคการตรวจรับผ้าหน้างานที่ถูกต้อง ที่จะช่วยเซฟแบรนด์ของคุณจากซัพพลายเออร์ที่ไม่ได้มาตรฐาน

1. ตรวจสอบ เบอร์เส้นด้าย (Yarn Count) และประเภทผ้า
นี่คือจุดที่มือใหม่โดนหลอกบ่อยที่สุด โดยเฉพาะผ้า Cotton เพราะเบอร์ผ้าที่ต่างกัน ให้ความหนาและผิวสัมผัสที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง เช่น Cotton เบอร์ 20 ผ้าจะหนา อยู่ทรง
Cotton เบอร์ 32 ความหนากำลังดี ยอดนิยม
Cotton เบอร์ 40 ผ้าเนื้อบางเบา ละเอียด นุ่มพิเศษ

ตัวอย่าง : ซัพพลายเออร์อาจเคลมว่าเป็น Cotton เกรดพรีเมียมเบอร์ละเอียด แต่เอาผ้าเบอร์หนาเนื้อหยาบกว่ามาส่งเพื่อลดต้นทุน
วิธีเช็ก : ให้ใช้แว่นขยายส่องผ้า หรือเปรียบเทียบสัมผัสกับผ้าตัวอย่างที่คุณเคยตกลงกันไว้ตั้งแต่แรกอย่างละเอียด


2. เช็กน้ำหนักผ้า(Grammage หรือ GSM)
คำว่าผ้าบางหรือผ้าหนาของแต่ละคนไม่เท่ากัน ในอุตสาหกรรมสิ่งทอจึงวัดความหนาแน่นของผ้าด้วยหน่วย GSM หรือน้ำหนักผ้าต่อตารางเมตร
ตัวอย่าง : ตกลงสเปกผ้าสเวตเตอร์ไว้ที่ 320 GSM ส่งจริงแอบลดเหลือ 280 GSM แม้จะดูด้วยตาเปล่าไม่ออก แต่เมื่อนำไปชั่งหรือสวมใส่จะรู้สึกทันทีว่าผ้าบางลงและทิ้งตัวไม่สวย
วิธีเช็ก : โรงงานมาตรฐานหรือจัดซื้อมืออาชีพ จะใช้ เครื่องตัดผ้าวงกลม ตัดผ้าตามขนาดมาตรฐานแล้วนำไปชั่งบนเครื่องชั่งดิจิตอลทศนิยม 2 ตำแหน่ง เพื่อคำนวณหาค่า GSM ที่แท้จริง


3. วัดความกว้างหน้าผ้า (Fabric Width)
หน้าผ้าคือความกว้างของม้วนผ้า (เช่น หน้าผ้า 60 นิ้ว, 72 นิ้ว) จุดนี้ส่งผลต่อการวางแพทเทิร์นและการคำนวณจำนวนตัวเสื้อในการตัดเย็บโดยตรง
ตัวอย่าง : บอกว่าหน้าผ้ากว้าง 60 นิ้ว แต่ใช้งานจริงได้แค่ 56 นิ้ว เพราะขอบผ้า เสียหาย หรือผ้าหดตัวระหว่างม้วน ทำให้แบรนด์ต้องเสียเศษผ้าทิ้งมากกว่าปกติ และตัดเสื้อได้จำนวนตัวน้อยลง ต้นทุนต่อตัวจึงแพงขึ้น
วิธีเช็ก : คลี่ม้วนผ้าออกมาประมาณ 2-3 เมตร แล้วใช้ตลับเมตรวัดความกว้างจากขอบถึงขอบในจุดที่สามารถใช้งานตัดเย็บได้จริง



4. สังเกต งาน Finishing และตำหนิบนผิวผ้า
ผ้าที่ดีไม่ใช่แค่ทอเสร็จแล้วส่งเลย แต่ต้องผ่านกระบวนการ Finishing เพื่อปรับปรุงคุณภาพผิวสัมผัส เช่น การเคลือบสารกันหด, การเซ็ตลอน หรือการลอกขนผ้า
ตัวอย่าง : ผ้าล็อตจริงผิวสาก เป็นขนง่าย หรือมีรอยด่างจากการย้อมสีที่ไม่สม่ำเสมอ มีรอยเข็ม รอยเปื้อนน้ำมันจากเครื่องจักรทอผ้า
วิธีเช็ก : สุ่มกางผ้าออกมาตรวจดูในที่แสงสว่างเพียงพอ สังเกตว่าสีผ้าสม่ำเสมอกันทั้งผืนหรือไม่ และมีจุดตำหนิ เกินกว่ามาตรฐานที่ยอมรับได้หรือไม่ (ไม่ควรเกิน 3-5 จุดต่อม้วน) 


5. ทดสอบการหดตัว และสีตก
ผ้าแทบทุกชนิดมีความยืดหยุ่นและการหดตัวธรรมชาติหลังซัก โดยเฉพาะผ้าเส้นใยธรรมชาติอย่าง Cotton 100%
ตัวอย่าง : ผ้าไม่ได้ผ่านการเซ็ตสเปกกันหดมาอย่างดี พอตัดเย็บเป็นเสื้อ นำไปซักครั้งแรกเสื้อหดหายไป 1-2 ไซส์ 

หรือเสื้อสีเข้มซักแล้วสีตกใส่ส่วนที่เป็นสีอ่อนจนแบรนด์โดนลูกค้าเคลมเสียหาย
วิธีเช็ก : ก่อนจะตัดผ้าทั้งล็อต ให้ตัดเศษผ้าตัวอย่างขนาด 10x10 เซนติเมตร นำไปซักและตากตามกระบวนการจริง 
แล้วนำกลับมาวัดขนาดว่าหดไปกี่เปอร์เซ็นต์ (มาตรฐานสากลไม่ควรหดเกิน 3-5%)


💡 ทริคเล็กๆจาก Toptex : เคล็ดลับการตรวจเช็คที่ไม่เคยมีใครบอกคุณ

1. ทริคการชั่งน้ำหนักผ้า ต้องชั่งทั้งม้วนก่อนแกะ
หลายคนมักสุ่มตัดผ้ามาเช็ก GSM ตอนที่แกะถุงพลาสติกหุ้มออกแล้ว แต่ทริคที่ถูกต้องคือให้ชั่งน้ำหนักรวมของผ้าทั้งม้วนพร้อมบรรจุภัณฑ์ทันทีที่มาส่ง แล้วนำไปหักลบกับน้ำหนักแกนกระดาษและพลาสติกหุ้ม (ซึ่งปกติจะหนักประมาณ 1-1.5 กิโลกรัม)
ทำไมต้องเช็ก : เพราะน้ำหนักสุทธิของผ้าทั้งม้วน ต้องสัมพันธ์กับความยาวผ้า(หลา) และค่า GSM ที่ระบุไว้บนป้าย Tag หากน้ำหนักหายไป แปลว่าอาจโดน "โกงหลา" หรือ ได้ผ้าที่บางกว่าสเปกตั้งแต่แรกโดยที่ยังไม่ได้ตัดผ้ามาตรวจเลยด้วยซ้ำ

2. อย่าตรวจผ้าใต้ แสงไฟสีส้ม เด็ดขาด
ปัญหาสีเพี้ยน เวลาตรวจผ้าในออฟฟิศหรือโกดังที่เป็นไฟสีเหลืองนวล จะดูสวยดี 
แต่พอตัดเย็บเสร็จลูกค้าเอาไปใส่เดินกลางแดด สีกลับกลายเป็นอีกเฉดหนึ่ง อาจทำให้เเบรนด์โดนเคลมได้
วิธีตรวจเช็ค : เวลาตรวจสีผ้า ให้ส่องดูใต้แสงธรรมชาติช่วงสายๆ หรือหากตรวจในห้อง 
ให้ใช้ไฟที่เป็นหลอด LED แสงขาว (Cool Daylight / 6500K) เท่านั้น เพื่อให้เห็นเฉดสีที่แท้จริง ไม่โดนแสงไฟหลอกตา



3. เปิดผ้าผึ่งลมก่อนตัด กฎเหล็กป้องกันเสื้อบิดเบี้ยว
ผ้าที่ถูกม้วนแน่นๆ ส่งมาจากโรงงานทอผ้า มักจะมีความเครียดสะสมในเส้นด้าย จากการดึงและม้วนของเครื่องจักร
วิธีตรวจเช็ค : เมื่อรับผ้ามาแล้วอย่าเพิ่งเอาเข้าเครื่องตัดทันที ให้คลี่ผ้าออกจากม้วนแล้วพาดผึ่งลมทิ้งไว้ในอุณหภูมิห้องปกติอย่างน้อย 
12-24 ชั่วโมง เพื่อให้เส้นใยผ้าได้คลายตัว และหดกลับคืนสู่สภาพธรรมชาติก่อน ถ้าตัดผ้าทันทีที่แกะม้วน พอเย็บเสร็จแล้วเอาไปซัก เสื้อผ้าจะบิดเบี้ยว เสียทรง และตะเข็บคดทันที


มั่นใจมาตรฐาน Spec ผ้าตรงปก 100% 

ไม่ว่าแบรนด์ของคุณจะต้องการผ้า Cotton เบอร์ไหน น้ำหนัก GSM เท่าไหร่ หรือต้องการงาน Finishing รูปแบบใด 
ผ้าทุกล็อตที่ออกจากโรงงานจะถูกควบคุมมาตรฐานอย่างเข้มงวด สเปกตรงตามดีลที่คุณตกลงไว้ 100% 
เพื่อให้คุณนำไปตัดเย็บและควบคุมต้นทุนได้แม่นยำ สามารถสร้างแบรนด์ได้อย่างยั่งยืน

Powered by Froala Editor

Powered by Froala Editor

Powered by Froala Editor

Powered by Froala Editor

Powered by Froala Editor

Powered by Froala Editor

Powered by Froala Editor

Powered by Froala Editor

Powered by Froala Editor

Powered by Froala Editor

Powered by Froala Editor

Scroll